ลงรถที่บขส.ใหม่ ต่อรถมายังบขส.เก่า อุดรธานี คึกคักมาก คนเยอะและพลุกพล่าน

ต่างจากบขส.ใหม่ ที่ดูเหมือนเกือบร้างโดยสิ้นเชิง แถมยังอยู่นอกเมือง ไกลซะด้วย

เป็นสถานีขนส่งสำหรับสายเหนือ สายต่างภูมิภาค ประมาณนั้น

ซึ่งจะเปรียบกันแล้วในสายตาคนเชียงใหม่อย่างต้า

บขส.ใหม่อุดรก็เปรียบได้กับสถานีขนส่งอาเขตเชียงใหม่ ต่างกันที่ที่เชียงใหม่คนเยอะมาก

ส่วน บขส.เก่าก็อยู่กลางเมือง คล้ายๆสถานีขนส่งช้างเผือกเชียงใหม่ มีทั้งโรงเรียน วัด

ตลาด ห้าง ร้านเหล้า ฯลฯ อยู่ใกล้เคียง สำหรับส่งผู้โดยสารในจังหวัดใกล้เคียง และกรุงเทพฯ

 

พนักงานของทัวร์แต่ละบริษัทพอเห็นหน้าต้าก็จะชักชวน เชิญชวน ชักจูง ชี้แนะ โน้นน้าว

ขุดมาทุกกลเม็ดให้เราไปกับเขาให้ได้ แต่พอต้าบอกเขาว่าจะไปเวียงจันทน์

เขาก็ใจดีบอกให้ว่าไปซื้อตั๋วที่ไหน ขึ้นรถที่ไหน นั่งรอที่ไหน ประทับใจมากค่ะ Cool

 

 

ตู้ซื้อปี้ (ในที่นี้แปลว่าช่องซื้อตั๋ว) ไปนครหลวงเวียงจันทน์อยู่ด้านใน ถัดจากประชาสัมพันธ์ไปนิด

เรื่องที่ไม่คาดคิดมันเริ่มเกิดตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปค่ะ เมื่อต้ายื่น passport ให้คนขายปี้ดู

พี่เขากลับค่อยๆพลิกแล้วขมวดคิ้ว บอกกับต้านิ่มๆแต่เป็นคำที่เชือดใจไปถึงไตขวาว่า

'ดูเหมือนอายุ passport ที่เหลือของน้องจะไม่ถึง 6 เดือนนะ พี่กลัวว่าตม.ที่นู่นเขาจะไม่ให้ผ่าน'

Sealed หะ ห๊ะ ห๊า!!!!!!!! พ่อเจ้าประคุณรุนช่อง! ซวยอะไรอย่างนี้!

เมื่อกลับมาดู passport แล้ว วันหมดอายุคือวันที่ 25 SEP, 2011 และวันนี้ก็คือวันที่ 25 MAR,2011

วันครบกำหนด 6 เดือนพอดี (มั้ย?) เอาไงดีล่ะ? พี่เขาก็ให้ไปนั่งรอก่อน

เพราะคนที่ต่อแถวจะเริ่มกลายร่าง เขี้ยวยาว เขางอก ตาลุกเป็นไฟกันอยู่แล้ว Yell

ต้านั่งลุ้นใจเต้นตึกตักเมื่อพี่เขาเดินไปเปิดปฏิทิน นับนิ้ว 1 2 3 4 สองสามรอบ

ซักพัก พี่เขาก็เรียกไป บอกว่า เอาล่ะ ผ่านได้ เพราะยังเหลืออีกเดือน

เห..? ตามที่ต้าคำนวณเองแล้วมันน่าจะ 6 เดือนพอดีนะคะ เอาเถอะเขาให้ผ่านก็หน้าบานโลด

 

ดังนั้นต้าจึงได้จ่ายค่าปี้ 80 บาท รถบขส.ป.2 อุดรธานี-นครหลวงเวียงจันทน์ เวลา 10.30 น.

  

 

  

เมื่อใจสบาย กายก็ลั้ลลาตาม ขึ้นรถปุ๊บ เอาเป้คู่ชีพวางเป็นที่รองเท้าเสร็จก็เข้าสู่นิทรา [= =zZ]

นั่งหลับสัปงกหงึกๆมาตลอดทางก็ถึงด่านฝั่งไทย กรอกใบผ่านแดน เดินชิลล์ๆ ตัวปลิวจากที่นั่น

ไม่มีปัญหาอะไรกับการผ่านแดนและ passport แล้วคิดขึ้นมาได้ว่าเราไม่ได้ตัวคนเดียวนี่หว่า!

มีเพื่อนรุ่นพี่ที่รู้จักและสนิทกันประมาณหนึ่งทำงานอยู่ที่เวียงจันทน์ พี่เคยให้เบอร์มาก็ติดต่อไป

ทางโน้นบอกว่าให้ลงรถที่ตลาดเช้า จะมารับ โอ้...ลั้ลลา ช่างสบายจิตอะไรอย่างนี้

 

ทอดอารมณ์เหม่อมองสองฝั่งโขงขณะรถวิ่งผ่านสะพานมิตรภาพ

ลุงเสื้อสีแดง (ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเสื้อการเมืองใด) ที่นั่งอยู่ข้างๆก็เริ่มชวนคุยอย่างน่ารัก

ดีเลย..ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น อย่างลงรถผิดที่ หรือไปไม่ถึงตลาดเช้า เราจะเกาะลุงแกไปแหละ Cry

 

เมื่อมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองลาว ทุกคนพร้อมใจกันวิ่งลงรถพรึ่บพรั่บ!

ต้ามองตามด้วยความไม่เข้าใจ แต่เมื่อเห็นแถวตรวจ Immigration อันยาวเหยียดก็ถึงบางอ้อ

วิ่งตามเขาไปภายในเวลาไม่ถึง 0.33 วินาที (สถิติวิ่งใหม่ที่น่าจดจำ Cry)

แต่เหตุไม่คาดฝันก็เกิดอีกแล้วเมื่อต้าไม่ได้เอาใบ Immigration มากรอกก่อนทำให้ต้องขอเอาตรงตู้นั้น

และเมื่อเริ่มจรดปากกาเขียนชื่อไปได้ 2 ตัว ก็รู้สึกถึงแรงอำมหิตด้านหลังว่า

'คุณเมิงจะมายืนเขียนอะไรในแถวตอนนี้วะครับ กรูเราต่อแถวยาวเป็นไส้อั่วหน้าเหี่ยวแล้ว'

ต้าถึงค่อยๆกระดึ๊บๆออกมายืนเขียนด้านข้าง และเมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกที

แถวมันยาวกว่าเดิมอีกอ้ะ!!! ต้องไปต่อใหม่ และคนที่อยู่บนรถคันเดียวกับเราก็ไปเกือบหมดแล้ว

   

ต้าจำใจต่อแถวยาวๆนั้นไป ตู้นั้นก็ตรวจช้า นานมาก อีกแถวหนึ่งเขาไปไวกว่าอีกอะ

(ตามกฏของเมอร์ฟี่ แถวข้างๆมักจะไปไวกว่าเสมอ และเมื่อเราเปลี่ยนแถว แถวเดิมก็จะไวกว่าเรา)

ตาก็มองว่ารถยังอยู่มั้ยว้า~ อยากเขกกบาลขอร้องปู่ป้าย่ายายทั้งหลายที่มาเนียนแทรกจริงๆ

ซักพักมีเจ้าหน้าที่เดินอย่างเร่งรีบมาถามในแถวว่ามีใครถือตั๋ว อุดร-เวียงจันทน์บ้าง?

ไอ้เราก็ง่าวทำแบ๊วไม่รู้เรื่องว่าเขาตามหาเราอยู่ คิดว่าเขาถามหาคนอื่นล่ะมั้ง?

ผลก็คือว่ารถวิ่งออกไปในขณะที่มือของต้ากำลังยื่น passport ให้ ตม.ลาวตรวจ!!

(คิดภาพตามนะคะ เหมือนนางเอกที่วิ่งตามหาพระเอกในสนามบิน พอพบว่าไปที่เกทไหน

วิ่งตามไปถึงทางเข้าแล้ว เครื่องบินก็ลอยลิ่วออกไปพอดี Tongue out)

   

ด้วยประการฉะนี้ คุณต้าก็ชาวาบไปทั้งตัว ยืนเป็นหุ่นขี้ผึ้งมาดามทุซโซได้ซักพัก

หางตาก็แวบเห็นพี่เจ้าหน้าที่คนที่มาตามเมื่อกี๊ ทวงสิทธิ์คืนทันที ว่าหนูนี่แหละเป็น[ไอ่ง่าว]คนที่ตกรถ!

เขาตำหนิต้ากลับมาเล็กน้อย ด้วยอารมณ์นั้นต้าก็เถียงกลับ และโวยวายใส่พี่เขาอย่างคนบ้า

(แย่มากๆ รินรดา Frown) พี่เขาก็ใจเย็นบอกว่ายังไงก็ขึ้นรถอีกเที่ยวเลยก็แล้วกัน

เพราะรถอีกคันก็มาถึงพอดี กำลังจอดรอผู้โดยสารขึ้นรถ

ส่วนกระเป๋าที่ติดไปกับรถคันแรก ต้าโทรไปขอให้พี่ที่รอรับอยู่เป็นคนเอากระเป๋าให้ก่อนแล้วค่ะ

   

พอได้มานั่งบนรถแล้ว (คันใหญ่กว่า สะอาดกว่า คนน้อยกว่า) ถึงเริ่มสำนึกได้ว่าเราโชคดีแค่ไหน

ที่เจอเจ้าหน้าที่ใจดี ใจเย็นกับเราได้ขนาดนี้ ลืมทั้งขอบคุณทั้งขอโทษเขาไปซะสนิท

วันนี้ช่างเป็นวันที่มะรุมมะตุ้ม รุงรัง จริงๆ โอย...จะบ้า

 

 

ติดตามตอนก่อนหน้า

Once upon a time in Vientiane :: 1.เหลือเพียงฉันไม่เหลือใคร

Comment

Comment:

Tweet

แอบรุงรังนะแก
ปล. ของฝาก 555

#5 By Liu' on 2011-04-20 13:45

แอบเหวี่ยงๆ 55

ใจเย็น คุณน้อง

#4 By BoatmasterZZZ on 2011-04-16 02:24

ยังจะไปว่าเค้าอีกน้า...sad smile sad smile sad smile

#3 By ซับบาธ... on 2011-04-04 17:28

ฮั่นนน ไปโวยใส่เปิ้นนนน confused smile

#2 By อาเหลียง on 2011-04-04 17:08

โฮ้วววว

#1 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2011-04-04 15:12

ต้า View my profile

Recommend

Favourites